Laminate (ลามิเนต)

พื้นไม้ Laminate

พื้นไม้ลามิเนต เป็นพื้นไม้ HDF คุณภาพสูงที่มีการเคลือบฟิล์มลายไม้ธรรมชาติ เคลือบผิวเพื่อทนทานต่อการใช้งาน เป็นพื้นที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีราคาไม่แพงติดตั้งง่ายและมีให้เลือกหลากหลายมากกว่าไม้จริงรวมทั้งดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับคนตกแต่งบ้าน เพิ่มความรู้สึกอบอุ่น เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติโดยเฉพาะห้องที่ต้องการความผ่อนคลาย โดยการเลือกสีพื้น ควรคำนึงถึงสไตล์ของห้องและเฟอรนิเจอร์ควบคู่กันไปด้วย

 

เคล็ดลับในการเลือกโทนสีพื้นไม้ลามิเนต ให้เหมาะกับห้องต่างๆอย่างมืออาชีพ

1

1. สีพื้นไม้ออกโทนออกสีเหลือง ทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้น ทำให้ห้องดูกว้าง และดูอบอุ่น เหมาะกับการติดตั้งพื้นห้องพักอาศัยที่มี ขนาดเล็กจะทำให้ห้องสว่างขึ้นไม่อึดอัดและหาเฟอร์นินเจอร์สีอ่อนๆ เช่นสีขาว , สีครีม , สีนํ้าตาลอ่อน เป็นต้น มาตกแต่งห้อง

 

2

2. สีโทนไม้ออกสีนํ้าตาลเข้ม ช่วยทำให้พื้นที่ดูหรูหราแต่สถานที่ต้องมีพื้นที่กว้างพอสมควร เช่นห้องรับแขก ห้องนอน ห้องอาหาร พื้นไม้มีสีเข้มทำให้ห้องดูมีเสน่ห์น่าพักผ่อนได้อย่างมีความสุขและมีความอบอุ่นมาก อีกทั้งยังทำความสะอาดและดูแลรักษาได้ง่าย

3

3. สีวอลนัท เป็นสีที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศที่มีอากาศเย็นและอากาศร้อน ทำให้ห้องดูหรูหรา เป็นพื้นไม้สีกลางๆที่เหมาะกับเฟอร์นินเจอร์ที่เลือกตกแต่งได้ทั้งสีอ่อนจนถึงสีเข้ม ทำให้การเลือกเฟอร์นิเจอร์ได้ค่อนข้างง่าย เพราะเข้าได้กับหลายสี

 

4

ห้องรับแขก เป็นส่วนของบ้านที่มีการใช้งานมากที่สุดอีกทั้งต้องทำความสะอาดบ่อยครั้ง จึงควรใช้ไม้เนื้อแข็งที่มีสีอ่อนเนื่องจากพื้นไม้ที่มีสีออกเข้มจะปรากฏร่องรอยการใช้งานได้ง่ายกว่า

พื้นไม้ Laminate ประกอบด้วย

5

1. ชั้นฟิล์มเคลือบผิว ด้วยเมลามีน เรซินอย่างดี ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อแรงกดทับ ป้องกันรอยขีดข่วน แสงแดด พื้นผิวเรียบเนียน ทำความสะอาดได้ง่าย

2. ชั้นฟิล์มลายไม้ ผ่านกระบวนการพิมพ์ให้ลายไม้เหมือนจริง

3. ชั้น HDF เป็นชั้นที่ผลิตจากเยื่อไม้ที่มีความหนาแน่นสูง เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นไม้ลามิเนตจะมีอายุการใช้งานยาวนาน และ ผ่านมาตราฐาน E1 (European Standard Class1) ที่ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง

4. ชั้นพื้นรอง ช่วยป้องกันความชื้น และรักษาคุณสมบัติของเนื้อไม้

 

วิธีปูพื้นลามิเนต

6-1 6-2 6-3 6-4 6-5 6-6
 1. ปูโฟมรองพื้นลามิเนต เสร็จแล้วต่อไม้ดังรูป  2. นำแผ่นไม้มาวางต่อกันแล้วใช้ค้อนตอกให้แน่น  3. เรียงไม้ต่อกันให้สนิท  4. ติดตั้งแผ่นไม้สลับกันไปโดยให้แผ่นไม้ด้านบนอยู่กึ่งกลางของแผ่นด้านล่าง  5. เรียงพื้นไม้จนเสร็จทั่วห้องโดยให้ห่างจากกำแพงฝั่งละ 1 ซม. เพื่อป้องกันเวลาไม้ยืดหดตัวจากอุณภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  6. ติดตั้งบัวเชิงผนัง หรือตัวจบและเก็บงานให้เรียบร้อย (ห้ามตอกตะปูยึดพื้นไม้ลามิเนตกับพื้นโดยเด็ดขาด เพื่อให้พื้นไม้สามารถยืดหดตามสภาพอากาศได้)