แบบผ้าม่านต่างๆ

      ผ้าม่าน นั้นมีหลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดนั้นก็สามารถเย็บเป็นรูปแบบต่างๆ ได้หลายรูปแบบ เราลองไปดูแบบของ ผ้าม่าน แต่ละแบบกันครับ

 

       1. ม่านพับ (Roman Blind) เป็นม่านที่มีความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากม่านพับมีลักษณะการเก็บที่พับขึ้นพับลง ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จึงทำให้ไม่เกะกะพื้นที่ด้านข้าง จึงมักนิยมใช้ในคอนโด หรือหน้าต่างเล็กๆตรงหัวเตียง ม่านพับใช้ผ้าเหมือนกับผ้าม่านปกติ ในการตัดเย็บ โดยเราสามารถเลือกผ้าม่านแบบสีเรียบ หรือมีลวดลายในการตัดเย็บได้ตามใจชอบ แต่ม่านพับก็มีข้อเสีย คือเวลาถอดซักอาจจะยากกว่า ผ้าม่าน แบบอื่นๆ และเมื่อซักเสร็จต้องตั้งเชือกด้านหลังของผ้า มิฉะนั้นเวลาดึงขึ้น-ลงอาจทำให้ผ้าเอียงได้

ม่านผับ

ม่านพับ

 

 

        2. ม่านจีบ (Pleat Curtain) เป็นแบบ ผ้าม่าน ที่ได้รับความนิยมกันมานานแล้ว ด้วยส่วนหัวของผ้าที่มีการจับจีบสวยงาม โดยเว้นระยะห่างหัวจีบประมาณ 10-12 ซม. สำหรับม่านจีบนี้สามารถรีดแบบอัดจีบ หรือ รีดเรียบก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันคนจะนิยมรีดเรียบมากกว่า เมื่อแขวนผ้าม่านขึ้นมา ผ้าม่านก็จะเป็นรอนๆ ทำให้ดูทันสมัยมากกว่าการรีดจีบ ส่วนตัวรางนั้น สามารถเลือกรางได้สองแบบคือรางยูโก้ที่มีลูกล้อหรือที่เรียกกันว่ารางตัวเอ็มราง หรือเป็นรางโชว์ ซึ่งมีหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบไม้ แบบโลหะ ตามแต่คนชอบ

ม่านจีบ

ม่านจีบ

 

 

        3. ม่านตาไก่ (Eyelet Curtain) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าม่านห่วง ม่านม่านตาไก่นั้น คือใส่ห่วงตาไก่ลงบนหัวของผ้า โดยวัสดุของตาไก่มีทั้งโลหะ และ พลาสติก และมีหลายหลากสีเพื่อให้เข้ากับตัว ผ้าม่าน จากนั้นนำไปร้อยเข้ากับราง ดังนั้น ม่านตาไก่ จึงคู่กับรางที่เป็นรางโชว์เท่านั้น โดยรางโชว์ก็มีหลายวัสดุ เช่น อลูมิเนียมเคลือบลายไม้ รางสแตสเลส รางไม้แท้  โดยแต่ละรางก็จะมีราคาแตกต่างกันไป

ม่าานตาไก่

ม่านตาไก่

 

 

เมื่อรู้ถึงรูปแบบผ้าม่านแต่ละรูปแบบผ้าม่านไปแล้ว คำถามต่อไปคือ แบบไหนมีราคาแพงที่สุด คำถามนี้ค่อนข้างตอบยาก เพราะราคา ผ้าม่าน นอกจากจะขึ้นอยู่กับการเลือกผ้าแล้ว ยังขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ผ้าม่านด้วยแต่การใช้จำนวนผ้า ม่านพับจะใช้จำนวนผ้าที่น้อยกว่าม่านจีบ และม่านตาไก่ แต่ค่าแรงเย็บก็จะแพงกว่าทั้งม่านจีบและม่านตาไก่หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้กำลังสนใจติดผ้าม่านไม่มากก็น้อยครับ

ผ้าโปร่งสำคัญหรือไม่

 

 

หลายท่านอาจคิดว่าม่านโปร่งไม่มีความสำคัญ มีแค่ความเก๋ไก๋, ฟุ่มเฟือย แต่ในแง่ความเป็นจริงม่านโปร่งมีประโยชน์มากทีเดียว เมื่อท่านเปิดม่านด้านหน้าออกไปแล้ว แต่ยังคงปิดม่านโปร่งไว้ ท่านสามารถจะได้รับแสงสว่างจากภายนอกโดยไม่ต้องเปิดไฟแถมยังได้ความเป็นส่วนตัว สามารถพรางตาจากคนภายนอกบ้านได้อีกด้วย ถ้าสังเกตให้ดีคนในบ้านจะสามารถมองเห็นทะลุออกไปภายในค่อนข้างชัดเจนแต่คนภายนอกจะมองเข้ามาแทบไม่ค่อยเห็นอาจจะเห็นลางๆ แต่ไม่ชัด

ความสำคัญของการเลือกผ้าม่านให้เหมาะสมได้ ก่อนคิดจะตัดสินใจควรคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียต่างๆอย่างรอบคอบ และจำไว้ว่าอย่าเชื่อคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล อย่าประหยัดสิ่งที่ไม่ควรประหยัด อย่าฟุ่มเฟือยในสิ่งที่ไม่จำเป็น สุขภาพ คือสิ่งสำคัญ การดูแลถอดซักม่านปีละครั้งถึงสองครั้ง ดูดฝุ่นทุกอาทิตย์ก็จะเป็นการดูแลสุขภาพของตัวท่านและคนในครอบครัวได้แล้วอีกทางหนึ่ง ใส่ใจสักนิดเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

 

**ขอขอบคุณข้อมูลจาก  memagazine.co.th

 

เทคนิคการเลือกผ้าม่าน

นับเป็นความโชคดีของคนในสมัยนี้ ที่โลกมีวิวัฒนาการที่เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน
ก็เช่นเดียวกัน มีพัฒนาการไปไกลจนเราอาจคาดไม่ถึง หลายท่านอาจมองข้ามความสำคัญของการตกแต่งบ้าน ไปบางประการ เพราะมัวกังวลเกี่ยวกับการจัดวางของตกแต่งมากเกินไป ทำให้มองข้ามความสำคัญของผ้าม่าน…

หลายคนคิดว่า แค่เลือกลายผ้าให้พอเข้ากับสีของห้องหรือแค่ลายผ้าที่ชอบก็เพียงพอ แต่ทราบหรือไม่ว่า ผ้าม่าน คือส่วนสำคัญมากๆ อีกอย่างหนึ่งในการตกแต่งบ้าน ปัจจุบัน ผ้ามีวิวัฒนาการไปไกลมาก การพัฒนาการของเส้นใยผ้าไปอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการเลียนแบบเส้นใยธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เหตุผลเรื่องกำลังซื้อ หรืองบประมาณที่จำกัดเท่านั้น ในปัจจุบันมีการเลียนแบบเส้นใยจากธรรมชาติได้เหมือนมาก ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน จนหลายๆคน อาจเข้าใจว่ามันเป็นผ้าของจริงเมื่อได้เห็นหรือแม้กระทั่งได้จับต้อง โดยใช้วิธีการนำเส้นใยสังเคราะห์หรือ โดยส่วนมากจะนำเส้นใยโพลีเอสเตอร์มาใช้ เทคโนโลยีดังกล่าว นับว่ามีความจำเป็น เนื่องจากผ้าไหมแท้ ที่มีความเงางาม ดูดี มีราคา หรูหราเหมาะสมกับราคาที่แสนแพง แต่เนื่องจากไหม เป็นเส้นใยธรรมชาติ ทำให้มีละเอียดในเส้นใยสูง ฝุ่นและสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันและฝังตัวได้แน่นหนามากกว่า, เก็บความชื้นมากกว่า, เสี่ยงที่สะสมเชื้อโรคต่างๆไว้มากกว่าเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ซึ่งสังเคราะห์ขึ้นมา ผ้าฝ้ายและผ้าลินินก็เช่นเดียวกัน เพื่อเป็นการลดการกักเก็บฝุ่นละอองต่างๆภายในบ้าน ที่อาจนำมาซึ่งสาเหตุของการป่วยต่างๆ เราจึงควรต้องคำนึงถึงชนิดและส่วนผสมของผ้าที่จะนำมาใช้งานด้วย

เทคนิคการเลือกสีผ้าม่านให้เหมาะสมกับการใช้งานต่างๆ

สำหรับ ห้องนอนเด็ก ไม่ควรใช้สีผ้าที่มีสีทึบๆหรือสีตามใจพ่อแม่ ควรเลือกผ้าสีอ่อนๆ ดูแล้วสบายตา จะทำให้เด็กมีความรู้สึกดูปลอดโปร่ง ไม่อึดอัด ส่วนห้องพระ หลายๆท่านชอบใช้สี ออกสว่าง ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง สีขาวๆ ครีมๆ สว่างๆ ทำให้ดูแล้วโปร่งๆ โล่งๆ แต่ในความเป็นจริง ถ้าท่านต้องจุดธูปเทียนในห้องพระดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ ต่อให้มีพัดลมดูดระบายอากาศ ผ้าม่านสวยๆ ขาวๆ ของท่านก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลในไม่ช้า จะเห็นได้ว่าการเลือกสีของผ้าก็มีความสำคัญอย่างหนึ่ง ที่เราควรต้อง ใส่ใจ ไม่ใช่เพียงแค่ดูสวยงามแต่เพียงอย่างเดียว

ทิศทางของห้องต่างๆกับการเลือกใช้ผ้าม่าน 

อย่าเพิ่งตกใจ ผู้เขียนไม่ใช่หมอดูฮวงจุ้ยแต่อย่างใด แต่ทิศทางมีความสำคัญที่ควรต้องคำนึงถึง ในการเลือกผ้าม่านอย่างยิ่ง ห้องที่มีหน้าต่างอยู่ทางทิศตะวันตกนั้น สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องติดผ้ากันแสงหรือผ้าทึบแสง (Blackout) ทั้งนี้เหตุผลเพื่อเป็นการป้องกันความร้อนและแสงแดดยามบ่ายที่จะทำให้ห้องนั้นร้อน และจะโดนแสงแดดเลียจนทำให้สีภายในห้องนั้นดูหมองและเก่าเร็ว
โดยเฉพาะห้องที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวก็อาจจะเกิดอาการขาวจนเหลืองได้เร็วเกินกำหนด ส่วนห้องที่มีทิศทางลมเข้าออกดี และมักเปิดหน้าต่างเพื่อรับลมเป็นประจำ ขอแนะนำให้ใช้ผ้าที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์อย่างยิ่ง ทั้งนี้เป็นเพราะเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นในเรื่องของสุขภาพ

ฮวงจุ้ยห้องนอนเสริมรักชีวิตคู่

คู่รักคู่ไหนไม่ว่าจะเพิ่งรักกัน หรือรักกันมานานแล้ว หากอยากให้มีรักที่มั่นคงเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ แก้ไขจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เอาวิธีการนี้ไปใช้ได้เลย

ใต้เตียงอย่างให้รก ใต้เตียงนอนไม่ควรเอา ของที่ไม่ใช้แล้วไปเก็บไว้ โดยเฉพาะ ของที่แตกหัก บิดเบี้ยวห้ามเด็ดขาด แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ คุณไม่มีที่ไว้ของแล้ว ก็ให้เลือกเก็บแต่ของใหม่ๆ ที่สำคัญต้องจัดให้เป็นระเบียบ ถ้าใต้เตียงรกมากๆ หรือเก็บของหักๆ ไว้ จะทำให้คุณกับคู่รักไม่แข็งแรง อาจมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ ด้วย

หน้าต่างห้องนอนกับมู่ลี่ ควรใช้ม่านบังตามากกว่ามู่ลี่กันแดดทีดูแข็ง ไม่มีความพลิ้วไหวเหมือนกับผ้า เพราะห้องนี้ต้องการบรรยากาศที่นุ่มนวล ไม่ใช่ดูเป็นการเป็นงานมากนัก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า ถ้าใช้ติดม่านบังตา จะช่วยเสริมโชคเรื่องความรักอีกด้วย

ห้องนอนกับกระจกใส ห้องคุณมีหนาต่างกระจกใสที่สามารถชมวิวสวยๆ นอกบ้านได้ ไม่ควรจะเลื่อนเตียงนอน เข้าไปติดกับหน้าต่างกระจกหรือวางใกล้กันมากเกินไป แม้ว่าคุณอยากจะนอนชมวิวภายนอกแค่ไหน เพราะพลังที่ผ่านเข้ามาจากภายนอก แม้จะไม่ทำให้คุณกับคู่รักมีเรื่องราวถึงกับต้องเลิกกัน แต่ก็จะส่งผลให้นอไม่หลับหรือฝันร้ายอยู่เรื่อยๆ

ห้องนอนกับแจกันดอกไม้ หาแจกันดอกไม้มาวางไว้ในห้องนอนสักหนึ่งอัน หรือจะเป็นเป็นกระถางต้นไม้ก็ได้ กระถางควรเป็นสีขาว ส่วนต้นไม่ให้เป็นสีแดง หรือสีชมพู จะช่วยเพิ่มพลังรักให้แข็งแรงมากขึ้น

หัวเตียงอย่าตรงห้องน้ำ อย่าหันวัวเตียงไปทางห้องน้ำเป็นอันขาด ดวงความรักที่กำลังรุ่งโรจน์ ก็อาจจะพุ่งลงเหวได้ง่าย เพราะจะต้องมีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันไม่หยุดหย่อน ไม่หันปลายเท้าให้กับประตูห้องนอน เพราะเป็นสัญลักษณ์ การนอนของคนที่ตายไปแล้ว ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง หากปลายเตียงหันไปทางประตูต้องนอนพอดีละก็ จะมีเรื่องให้เดือนร้อนใจในครอบครัว สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อาจมีคนเจ็บป่วยอยู่เรื่อยๆ ความอบอุ่นในบ้านแสนสุขก็จะลดน้อยลงไป

พื้นของห้องนอน ควรเป็นพื้นเรียบ มีลวดลายสบายตา หากเป็นพื้นเรียบ สีเรียบๆ ได้จะเป็นการดี อย่าเลือกพรมปูห้องนอนที่สมัยใหม่และมีลวดลายที่รกตา มากเกินไป เพราะจะส่งผลให้ความรักของคุณวุ่นวายสบสนไปด้วย เรียกว่าลดความชอบลงหน่อย แต่ได้ความสบายใจเพิ่มขึ้นถือว่าคุ้ม

อย่าใช้ผ้าห่มสีขาว ไม่ควรใช้ผ้าห่มสีขาวในห้องนอน เพราะผ้าห่มสีขาว หากเรานำมาห่มคลุมร่างจะเหมือนกับผ้าคลุมคนตาย ผ้าปูที่นอนสีขาว แม้จะดูสะอาดตา แต่ไม่เหมาะกับห้องนอนเลย สีขาวจะส่งผลให้พลังความรักกระจัดกระจาย ควรเลือกผ้าปูที่นอนที่มีสีอื่น จะดีกว่า

ปลายเตียงหันไปทางประตู หากคุณทะเลาะหรือระหองระแหงกันอยู่บ่อยๆ อาจเป็นไปได้ว่าปลายเตียงคุณหันไปทางประตู พลังงานทางลบจะเข้ามาทางประตู แล้วปะทะกับตัวคุณ วิธีแก้ไขคือ แขวนกระจกบานเล็กๆ ไว้ที่ปลายเตียง เพื่อสะท้อนพลังอันเลวร้ายออกไป

ผ้าปูที่นอนสีทอง ผ้าปูที่นอนหรือผ้าคลุมสีทอง ด้วยเนื้อผ้าที่ส่องประกายแวววาว จะช่วยให้คุณสร้างบทรักบนเตียงที่ประณีตละเมียดละไมมากยิ่งขึ้น

ก้อหินคริสตัล เสริมอารมณ์ ถ้าช่วงไหนที่คุณรู้สึกว่าตัวเองอารมณ์ร้อน อารมณ์แปรปรวน มกกว่าปกติ ด้วยเรื่องต่างๆ ที่คุณก็หาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ แล้วก็พาลมาลงกับคนรักของคุณจนทำให้คนรักไม่สบายใจ มีวิธีแก้ไขคือ ให้หาชามสวยๆ ใส่ก้อนหินหรือคริสตัล วางไว้ใต้เตียงนอนจะช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

หินควอตซ์สีขาวใส อยากให้ความรักของคุณมั่นคง และคนรักของคุณมีความห่วงใย เข้าใจและปกป้องคุณมากขึ้น ให้คุณหาหินควอต์ซสีขาวใส ก้อนใหญ่ พอประมาณมาวางไว้ใต้เตียง จะทำให้ความรักของคุณมั่นคงขึ้นลำแสงส่องเตียงนอน อย่าติดตั้งดวงไฟ ที่ทำให้เกิดแสงส่อง เป็นลำมาที่เตียงของคุณอย่างเด็ดขาด เพราะความรักของคุณจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งเหยิงน่าปวดหัว ให้ย้ายเตียงพ้นลำแสงนั้น หรือถ้าทำไม่ได้ให้แขวนสร้อยลูกปัดที่ปลายเตียง เพื่อให้ลูกปัดดูดซับพลังงานที่ขัดแย้ง

เปลี่ยนม่านหน้าประตูห้องนอน หากคุณกำลังกังวลว่าคนรักกำลังจะมีคนใหม่ ให้เปลี่ยนผ้าม่านหน้าประตูห้องนอน เป็นม่านที่ร้อยด้วยลูกปัด เชื่อกันว่าลูกปัดจะช่วยเก็บพลังรักให้อยู่เป็นที่เป็นทางไม่แตกแยกกระจัด กระจายไปที่อื่น

เตียงนอนอยู่กึ่งกลางประตูทั้งสองด้าน เช่นประตูเข้าห้องและประตูห้องน้ำ หรือประตูหลังห้อง ให้ย้ายตำแหน่ง ของเตียง หรือไม่ก็หาฉากสวยๆ มากั้นระหว่างกันเสีย เพื่อให้พลังงานความรักนั้นรวมกันเป็นหนึ่ง

 

**ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com

วิธีการซักผ้าม่านด้วยตัวเอง

ผ้าม่าน กับบ้านเป็นของคู่กันเพราะผ้าม่านนอกจากจะทำให้บ้านดูสวยขึ้นแล้ว ยังช่วยกันแสง ลดความร้อน จากแสงของดวงอาทิตย์ ผ้าม่านจึงเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างหนึ่ง ที่ทุกบ้านต้องมี

ดังนั้นเราก็ควรที่จะรู้จักวิธีถนอมผ้าม่าน เพื่อยึดอายุการใช้งานของผ้าม่าน จะได้ไม่ต้องไปสั่งตัดเย็บใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่า นอกจากที่เราจะเลือกเนื้อผ้าม่านที่ดีก่อนตัดเย็บแล้ว เรายังต้องซักผ้าม่านอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะเนื่องจากผ้าม่านเวลาโดนแดดจัดๆ ผ้าม่านจะเกิดการกรอบได้ง่ายกว่าปกติ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราใช้ผ้าม่าน มา 4-5ปีโดยไม่นำไปซักเลย รอจนผ้าม่านมันกรอบแล้วจึงนำไปซักจะทำให้ผ้าม่านเกิดความเสียหายได้มากกว่าเดิม
ระยะเวลาในการซักผ้าม่าน ควรจะซักอย่างน้อย 1ครั้ง/ปี หรืออย่างมาก 2ครั้ง/ปี ไม่ควรเกินกว่านี้เพราะการซักผ้าม่านบ่อยจนเกิดไปก็จะให้สีและเนื้อของผ้าม่าน เปลื่อยยุ่ยเร็วกว่าปกติอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญสำหรับการซักผ้าม่าน คือผู้ใช้จะต้องใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบก่อนว่า ผ้าม่านนั้นสามารถซักได้หรือไม่ และ ถ้าซักได้ต้องซักในน้ำอุณหมิที่ไม่เกินเท่าไหร่ และสามารถรีดโดยความร้อนที่ไม่เกินเท่าไหร่ เพราะหากไม่ทำการตรวจสอบการซักอาจทำให้ผ้าหดตัว หรือ เกิดความเสียหายต่างๆได้ โดยผู้ใช้สามารถสอบถามกับผู้ขายก่อนซื้อหรือก่อนที่จะซักได้ว่าเนื้อผ้าม่านแบบไหนที่สามารถซักได้

วิธีการซักผ้าม่านด้วยตัวเอง | ผ้าม่าน

1. ถอดผ้าม่านออกจากรางม่าน สำหรับม่านจีบผู้ใช้สามารถปลดตะขอเกี่ยวออกจากรางที่อยู่ด้านหลังผ้าได้เลยสำหรับม่านตาไก่ ผู้ใช้ต้องหมุนตัวล็อครางเพื่อให้สามารถยกรางขึ้นได้เสียก่อน แล้วจึงถอดผ้าออกจากตัวราง
2. นำผ้าม่านที่ถอดออกมาแล้ว สำหรับม่านจีบ ปลดตะขอออกจากผ้าม่านและโซ่ถ่วง,สำหรับม่านตาไก่ ต้องแกะตาไก่(ห่วงที่ติดกับผ้าม่าน)โดยอาจใช้ไขควงหัวแบนในการช่วยแกะและถอดโซ่ออกจากม่าน
3. นำผ้าม่าน ไปแช่ในน้ำเปล่าปกติ โดยไม่ต้องใช้น้ำยาใดๆทั้งสิ้น เพราะอาจทำให้ผ้าม่านเกิดความเสียหายได้ และไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดเพราะ ผ้าม่านจะเปื้อนแค่ฝุ่นสกปรกเท่านั้น จึงสามารถล้างออกโดยน้ำธรรมดาได้
4. หลังจากที่ซักผ้าม่านด้วยน้ำสะอาดแล้ว สามารถนำผ้าม่านไปลงเครื่องซักผ้าได้ถ้ายังเห็นว่าไม่สะอาด หลังจากซักผ้าม่านเสร็จแล้วปั่นให้หมาด แล้วนำออกจากเครื่องทันที นำผ้าม่านที่ซักแล้วมาใส่ตะขอและนำไปแขวนที่รางม่านให้เหมือนเดิม
5.  หลังจากผ้าม่านแห้งแล้ว กรณีที่ผ้าม่านมีรอยยับ สามารถใช้เตารีดไอน้ำแบบตั้งพื้น รีดผ้าม่านเก็บความเรียบร้อยอีกครั้ง

สีผ้าม่านถูกโฉลก….เสริมพลังรัก

หลายคนให้ความสำคัญกับเรื่องของ สี “ ในการตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่าง เมื่อเรื่องของสี มีส่วนสำคัญขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลักสำคัญทางด้านฮวงจุ้ย หรือด้านใดก็ตาม คุณควรเลือกสีที่ถูกโฉลกกับตัวคุณเพราะเป็นส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในสิ่งๆ นั้น ส่วนสำหรับเรื่องของความรักแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะเน้นเรื่องของสีเป็นหลัก ซึ่งหากภายในห้องนอน หรือคอนโดของคุณมีสีที่เป็นอุปสรรค หรือไม่ถูกโฉลกกับดวงของคุณมันก็จะส่งผลเสีย  ทำให้คุณหงุดหงิดไม่สบายใจ หรือหากคุณเลือกใช้  ผ้าม่าน  ผ้าห่ม  ผ้าปูที่นอน ที่มีสีถูกโฉลกกับตัวคุณมาใช้ มันก็จะส่งผลดีให้กับตัวคุณ และสิ่งสำคัญในการเลือกสีให้เหมาะกับดวงของคุณคือ ควรเลือกสีประจำวันเกิดที่ถูกโฉลกกับตัวเอง คุณเกิดในวันอะไร สีที่เหมาะคือสีใดถึงจะเป็นมงคลกับตัวคุณเองเรามาดูกันดีกว่าว่าวันเกิดของคุณจะถูกโฉลกับสีใด

 

 

 

วันจันทร์   สีมงคลคือ  สีน้ำเงิน  และ สีฟ้า
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีแดง

วันอังคาร  สีมงคลคือ  สีแดง 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีเหลือง  สีขาว

วันพุธ (กลางวัน) สีมงคลคือ  สีเหลือง  และ สีขาว
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีชมพู

วันพุธ (กลางคืน) สีมงคลคือ  สีม่วง 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีชมพู

วันพฤหัส สีมงคลคือ  สีเขียวอ่อน 
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีม่วง

วันศุกร์ สีมงคลคือ  สีโอรส และ  สีส้ม
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีดำ

วันเสาร์ สีมงคลคือ  สีชมพู
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีเขียว

วันอาทิตย์ สีมงคลคือ  สีเทา และ สีดำ
สีที่ควรเลี่ยงคือ  สีน้ำเงิน

 

**ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=kongphol&month=11-2013&date=12&group=5&gblog=169

 

 

วิธีการเลือกสีมู่ลี่ไม้ให้เหมาะกับห้องของคุณ

วิธีการเลือกสีมู่ลี่ไม้ให้เหมาะกับห้องของคุณ

ห้องนอน

2

เป็นห้องพักผ่อนส่วนตัวของแต่ละบุลคล ดังนั้นการเลือกใช้สีมู่ลี่ไม้จึงควรเลือกตามความชอบของเจ้าของห้องเป็นหลัก สำหรับสีขาว จะช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตาแต่งแฝงไว้ด้วยความหรูหรา หรือจะเป็นสี natural เป็นโทนสีธรรมชาติ จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูมีบรรยากาศที่อบอุ่นและน่าพักผ่อนมากขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ห้องมีบรรยากาศที่ภูมิฐาน ก็ควรจะเลือกใช้เป็นสี Teak หรือสี Chocolate ที่จะทำให้ห้องนอนของคุณเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด

a1 a2 a3 a4 a5 a6
White White-Off Yellow01 Natural Teak Dark Brown

 

ห้องนั่งเล่น

3

ห้องนั่งเล่น สำหรับสีที่จะแนะนำให้ใช้กับห้องนี้คือ สี Golden Oak, สี Pegon ทั้ง 2 สีนี้เป็นสีโทนกลาง และเป็นสีที่บ่งบอกถึงความอบอุ่นของบ้าน เพราะเป็นสีธรรมชาติ จึงให้ความรู้สึกเป็นกันเองและไม่อึดอัด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องพักผ่อนหลักสำหรับทุกคนในครอบครัว

 

b1 b2 b3
Golden Oak Pegon Oak

 

ห้องรับแขก

4

เป็นอีกหนึ่งห้องที่สำคัญมาก เพราะต้องคอยต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการตกแต่งห้องนี้จึงจำเป็นต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะห้องนี้สามารถบ่งบอกถึงรสนิยมของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี เราขอแนะนำมู่ลี่ไม้สีนํ้าตาลเข้ม เพราะจะช่วยให้ห้องนี้ดูมีระดับมากขึ้น สีที่ควรเลือกใช้คือสี Teak , Chocolate , Dark Brown

c1 c2 c3 c4
Teak Chocolate Dark Brown Light Brwon

 

ห้องทำงาน

5-1

เป็นห้องที่จะช่วยสะท้อนบุคลิกภาพของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี สีที่จะแนะนำให้เลือกใช้คือสี Tiger Eye , Tiger Eye-2 , Tiger Eye-3 เพราะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกเป็นทางการแสดงออกถึงความสุขุมและความมั่นคงได้อย่างชัดเจน

d1 d2 d3
Tiger Eye Tiger Eye-2 Tiger Eye-3

 

ห้องรับประทานอาหาร

5-2

สำหรับห้องนี้ควรเลือกใช้สี Mahogany และสี Rose เพราะทั้งสองสีนี้ มีสีสันสดใส จึงช่วยเพิ่มบรรยากาศของห้องนี้ให้ไม่น่าเบื่อจนเกินไปค่ะ

e1 e2
Mahogany Rose
การวัดขนาดเพื่อประเมินราคา

การวัดขนาดเพื่อประเมินราคา

การประเมินราคา ต้องมีขนาดความกว้างและความสูงของหน้าต่างหรือประตู เพื่อใช้ในการประเมินราคา โดยวัดที่ความกว้างขอบวงกบด้านนอกฝั่งซ้ายไปถึงฝั่งขวา (ตามรูป 2)  และวัดความสูงเริ่มจากขอบวงกบด้านบนถึงด้านล่าง (ตามรูป 1) ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องวัดให้เป็นขนาดที่แน่นอนเนื่องจากในกรณีสั่งทำทางร้านจะเข้าไปวัดพื้นอีกครั้งก่อนดำเนินงาน

เมื่อลูกค้าทราบขนาดความกว้างและความสูงของหน้าต่าง/ประตูแล้ว สามารถแจ้งเข้ามาทางเรา

(ในกรณีที่ไม่สามารถวัดขนาดได้ ลูกค้าสามารถถ่ายรูป หน้าต่าง/ประตู ส่งมาตามช่องทางติดต่อด้านล่าง เพื่อให้ร้านทำการประเมินราคาได้)

  1. เบอร์โทรศัพท์
    แฟ็กซ์ 02-747-2544
  2. ไอดี LINE : @kijtavorn ใส่ @ ด้วยนะคะ (Click to ad friend)
  3. อีเมลล์ : ktcurtain1@gmail.com
  4. เดินทางมาที่ร้านโดยตรง (ตามที่อยู่ร้าน)

เคล็ดลับการเลือกผ้าม่าน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกผ้า

  1. ต้องรู้ว่าห้องนั้นคือห้องอะไร / ใช้สำหรับอะไร เช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องกินข้าว ห้องทำงาน เป็นต้น
  2. ต้องรู้ว่าใครเป็นผู้ใช้ เช่น คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก เป็นต้น
  3. ต้องรู้ว่าอยากให้ห้องมีแนวการตกแต่งอย่างไร เช่น ตกแต่งสีสไตร์ธรรมชาติ,คลาสสิก,หรูหรา,โมเดิร์น,เรียบหรู
  4. ต้องรู้ว่าอยากให้ห้องมีสีอะไร เช่น สีถูกโฉลกกับดวงหรือสีที่ชอบ

หลักในการออกแบบ

  1. ออกแบบให้ผ้าม่านดูโดดเด่น โดยใช้ผ้าม่านสีสดๆตัดกับผนังและเฟอร์นิเจอร์เน้นโชว์ลายและสีผ้าม่านการออกแบบแบบนี้จะทำให้ห้องดูมีมิติ มีจุดเด่นเหมาะกับการแต่งแบบโมเดิร์น
  2. ออกแบบให้ผ้าม่าน กลมกลืนกับผนัง เช่น ผนังห้องสีขาว เลือกผ้าม่านสีครีม การออกแบบแบบนี้จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นและดูสบายตา เหมาะกับการตแต่งแนวธรรมชาติหรือแนวเรียบหรู
  3. ออกแบบให้ผ้าม่านเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ โดยใช้สีโทรเดียวกัน เช่น เลือกสีผ้าม่านให้เข้ากับสีของโซฟา การออกแบบแบบนี้จะช่วยให้การคุมสีห้องให้ไปทางเดียวกันสีของห้องจะดูกลมกลืน เหมาะกับการตกแต่งแนวคลาสสิกหรูหรา

Tips & Tricks ในการเลือกผ้าม่าน

  1. ควรเลือกผ้าม่านที่มีความหนาของเนื้อผ้าพอสมควร เพื่ออายุงานที่นานขึ้นและง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด
  2. สำหรับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ลวดลายเยอะ หลากสี ควรเลือกผ้าม่านลายเรียบหรือลายทาง ที่มีสีอย่างน้อย 1 สี ที่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์
  3. สำหรับห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์ ที่ไม่ค่อยมีลวดลาย หรือเฟอร์นิเจอร์งานไม้สามารถใช้ผ้าม่านที่มีลวดลายมากๆได้ เช่น ลายดอก ลายหลุยส์ เพื่อทำให้ห้องมีจุดเด่น